By ★★

“ร้าน Moo Moo Eatery” VS “ร้าน Ang Bao” | Street Food on The Big Kitchen

“ร้าน Moo Moo Eatery” VS “ร้าน Ang Bao” | Street Food on The Big Kitchen

 ร้านแรก Moo Moo Eatery 😲😮เป็นร้านอาหารที่เป็นการรวมอาหารในหลายประเภททั้ง ตำ ผัด ลวก ต้ม มีครบทุกแขนง 😚แถมที่ร้านเขามีทีเด็ดที่ลูกค้าประจำเท่านั้นที่จะรู้นั้นคือ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ❤️แตกต่างจากที่อื่นตรงที่ ที่ร้านเขาใช้บีทรูท ที่เป็นสีแดงแทนการใข้สีสังเคราะห์ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกค้า 😋😍ดูวิเขาห่วงใยลูกค้าแค่ไหนแม่คูณ และยังมีอีกหนึ่งเมนูที่สูสีกันเลยนั้นคือ เมนูบะหมี่หมูหวานต้มยำ อันนี้ก็คือดีย์ตั้งแต่เส้นจนถึงน้ำต้มยำ 🙂😊

ร้านสองร้าน Ang Bao เป็นร้านคาเฟ่สไตล์ไต้หวัน ที่เป็นการทำน้ำแข็งเกล็ดหิมะ❄️❄️ ที่ทำมาจากน้ำเฉาก๋วยแบบเข้มข้น 🖤ท็อปปิ้งด้วยเนื้อเฉาก๋วยเน้นไป แถมมากับไข่มุกที่เหนียวนุ่มอย่างลงตัว😘🤩 และยังมีเมนูชานมที่ไม่เหมือนชานมทั่วไปเพราะที่ร้านเขาทำเป็นชานมเพื่อสุขภาพ ถ้าใครอยากลองแล้วล่ะก็ไปลองดูกันเลยยยยย😋😋

By ★★

“ปลาลิ้นหมาย่าง” วัตถุดิบพื้นบ้าน “ต๊อก-เชฟเอียน-พี่แซ็ก” | The Big Kitchen Ep.133

“ปลาลิ้นหมาย่าง” วัตถุดิบพื้นบ้าน “ต๊อก-เชฟเอียน-พี่แซ็ก” | The Big Kitchen Ep.133

 

    ผมมีวัตถุดิบที่ตอนเด็กๆพี่ไม่ชอบเลย คือ “ปลาลิ้นหมา” เป็นปลาที่ธรรมดามากๆ แต่เสียงร้องของมันเหมือนจระเข้ ทำให้ทุกครั้งที่ผมไปว่ายน้ำแล้วไปเจอผมจะตกใจทุกครั้ง แถมแม่ชอบทำให้กิน ซึ่งทุกครั้งผมจะแอบเอาไปให้หมากิน เพราะชื่อมันคล้ายกันแล้วหลอกแม่ว่ากินหมดแล้ว แต่ปัจจุบันพอโตมา ผมไปบอกเลยว่าราคาสูงและหากินยากมาก รสชาติมันเหมือนกินปลาเนื้ออ่อน ซึ่งมันสามารถกินได้ทั้งตัว ทั้งเนื้อทั้งหัวทั้งก้างทั้งหาง ในเมื่อมารายการ The Big Kitchen ผมอยากยกระดับ “ปลาลิ้นหมา” ให้ขึ้นภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น เพราะเนื่องจากมันเป็นวัตถุดิบที่ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก แล้วพอโตมาลูกสาวของผม ชื่นชอบในความเป็นญี่ปุ่นมาก จนขนาดภรรยาของผมต้องคล้อยตาม ผมอยากนำเรื่องราวสตอรี่ที่ทั้งผม ที่เป็นเรื่องราววัยเด็กและ ความชื่นชอบของครอบครัวให้มัน รวมกันอยู่ในเมนูนี้จานเดียว

By ★★

เมนู ปลาลิ้นหมาย่างซีอิ๊ว

เมนู ปลาลิ้นหมาย่างซีอิ๊ว

วัตถุดิบ
1.ปลาลิ้นหมา 1 ตัว
2.เต้าหู้ญี่ปุ่น 1 ก้อน
3.โชยุ 1 ถ้วย
4.น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
5.เกลือ 1 หยิบมือ
6.สาเก 1 ถ้วย
7.น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
8.งาขาว 3 ช้อนโต๊ะ
9.มิโซะแดง (เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น) 2 ช้อนโต๊ะ
10.ขิง 1 ช้อนโต๊ะ
11.สาหร่ายญี่ปุ่น 50 กรัม
12.ดาชิ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.ขั้นตอนแรกหั่นเต้าหู้ญี่ปุ่นให้เท่าๆกัน เพื่อเตรียมที่จะทำซุปมิโซะแดง โดยตั้งน้ำในหม้อให้เดือด ใส่ดาชิลงไปรอให้ดาชิละลายกับน้ำเข้ากัน จึงใส่มิโซะแดงและเต้าหู้ญี่ปุ่นที่หั่นไว้
2.นำน้ำเทลงไปในหม้อ เพื่อที่จะทำในส่วนของซอสซีอิ๊ว โดยใส่น้ำตาลทรายลงไปในน้ำ เคี่ยวจนได้ที่แล้วใส่สาเก ตามด้วยโชยุ ซึ่งซอสซีอิ๊วต้องใช้เวลาเคี่ยว เพื่อให้ซอสเข้มข้น เมื่อนำมาทาบนตัวปลา ซอสจะติดและซึมเข้าเนื้อปลาได้ดี พอได้ที่ก็ใส่ขิงขูดลงไป คนให้เข้ากัน
3.นำปลาลิ้นหมาที่เตรียมไว้มาแล่หนังออก นำเกลือมาทาบนหนังปลาลิ้นหมา เพราะเกลือจะเป็นเหมือนตัวล็อคจับหนังปลาลิ้นหมาไม่ให้ลื่นและดึงหนังปลาลิ้นหมาออกได้อย่างง่ายดาย เสร็จแล้วตั้งกระทะแล้วใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย นำปลาลิ้นหมาลงไปย่างพอได้ที่แล้วจึงกลับด้านให้สุกทั้ง 2 ด้าน นำซอสซีอิ๊วที่ทำเสร็จแล้วมาทาบนตัวปลาลิ้นหมาทั้ง 2 ด้านในตอนที่กำลังย่างอยู่
4.นำงาขาวไปแช่น้ำก่อนคั่ว เพื่อให้ไขมันออกจากงาขาว เวลาคั่วงาจะไม่ติดกันและพองตัว โดยใช้ไม้พายหรือตะหลิวคนให้งาขาว กระจายออก เพื่อให้ความร้อน ทำให้งาสุกทั่วถึงกันทั้งหมด พอคั่วได้ที่ก็นำงาขาวไปโรยบนตัวปลาที่เสร็จแล้ว และตกแต่งด้วยสาหร่ายญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมกับข้าวญี่ปุ่น , ซุปเต้าหู้มิโซะ

By ★★

สูตรใหม่ ! “ปลาเก๋า” ปะทะ “หม่าล่า” “เอ๋-เชฟเอียน-พี่แซ็ก” | The Big Kitchen Ep.132

สูตรใหม่ ! “ปลาเก๋า” ปะทะ “หม่าล่า” “เอ๋-เชฟเอียน-พี่แซ็ก” | The Big Kitchen Ep.132

     เอ๋บอกเลยว่ามีสตอรี่ที่ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตไม่เคยมีใครทำให้กินมันได้เลย นั่นก็คือ ทุกเมนูที่ใช้ปลามาต้มหรือแกงทุกชนิด ต่อให้เป็นปลาที่ชอบกิน แต่ถ้านำมาต้มหรือแกงก็ไม่กินอยู่ดี เหตุผลเพราะเอ๋เหมือนมีเซ้นที่คนอื่นไม่ได้กลิ่นแต่เอ๋ได้กลิ่นคาวเฉพาะของปลา แค่นิดเดียวเอ๋ก็อ้วกแล้ว ซึ่งตั้งแต่เด็กคุณพ่อคุณแม่บังคับให้กินแล้ว สงสัยเพราะพวกท่านอยากให้เอ๋ฉลาดมั้งค่ะ 5555 แต่ไม่ใช่ว่าเอ๋ไม่ชอบกินปลาเลยนะคะ ถ้าเป็นปลาต้องเป็นเมนูทอดเท่านั้นและต้องทอดให้กรอบทั้งตัว ห้ามกรอบนอกนุ่มในต้องกรอบทั้งหมดเท่านั้นไม่งั้นก็ไม่กิน และปลาที่เอ๋ชอบที่สุดคือปลาทูกับปลาหิมะ แต่ปลาทูต้องเป็นปลาทูที่ตัวเล็กเท่านั้น ตัวใหญ่เอ๋ไม่ค่อยชอบ วันนี้มารายการ The Big Kitchen เลยมีมิชชันที่เรียกได้ว่าท้าทายเชฟเอียนแน่นอน กับการทำเมนูที่ใช้ปลาต้ม เพื่อให้เอ๋ได้พิชิตฝันเอาชนะตัวเองในการกินปลาต้มได้สักครั้ง เอ๋ลองมาหลายต่อหลายครั้งก็ไม่สำเร็จสักที วันนี้คงต้องให้เชฟเอียนช่วย และลองดูอีกสักครั้งกับการกินปลาต้มให้ได้มันจะรอดมั้ย 

By ★★

สูตร ปลาต้มเผือกซุปหม่าล่า

สูตร ปลาต้มเผือกซุปหม่าล่า

 

วัตถุดิบ
1.ปลาเก๋าดำ 500 กรัม
2.เผือกหอม 300 กรัม
3.ต้นหอม 2-3 ต้น
4.ขิงแก่ 1 แง่ง
5.รากผักชี 5 ราก
6.กระเทียม 5 กลีบ
7.ซอสหม่าล่า 1 ถ้วย
8.เกลือ 1 ช้อนชา
9.น้ำตาลกรวด 2 ก้อน
10.น้ำมันสำหรับทอด 1 ถ้วย
11.ซอสปรุงรสฉลากเหลือง ตราฉลากทอง 1 ช้อนโต๊ะ
12.แป้งทอดกรอบ ตราฉลากทอง 1 ถุง
13.ซอสหอยนางรม ตราแม่ครัว 1 ช้อนโต๊ะ
14.พริกหม่าล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.ตั้งน้ำมันให้ร้อน เพื่อสำหรับทอดปลา ระหว่างรอน้ำมันเดือดนำช้อนมาขูดขิง เพื่อเอาเปลือกออก
2.ส่วนของตัวปลาเก๋านำมาตัดครีบออกและบักเป็นแถวเฉียดทั้ง 2 ด้านของปลา จากนั้นนำเกลือมาโรย เพื่อดับกลิ่นคาวปลา ตามด้วยการนำแป้งทอดกรอบ ตราฉลากทองมาคลุกให้ทั่วตัวปลา เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่นำปลาเก๋าลงทอดให้กรอบ
3.ตั้งอีกหม้อ เพื่อทำน้ำสต็อก โดยใส่น้ำเปล่าและน้ำตาลกรวดลงไปต้มให้เดือด
4.ระหว่างรอปลาเก๋าสุกเหลืองกรอบ หั่นเผือก โดยหั่นส่วนท้ายออก เพื่อให้เผือกตั้งได้และหั่นง่าย จากนั้นนำมีดมาสไลซ์เอาเปลือกออก
5.พอปลาเก๋ากรอบได้ระดับหนึ่ง ดับกลิ่นคาวด้วยรากผักชี , ต้นหอม , กระเทียม , ขิง และเผือก ที่ไม่ได้นำลงไปทอดลงไปทอดพร้อมกัน พอได้ที่นำขึ้นพักไว้
6.ในส่วนของซุปหม่าล่า ใส่พริกหม่าล่าลงไปผัด ตามด้วยรากผักชี , ต้นหอม , กระเทียม , ขิงและเผือก คลุกเคล้าให้เข้ากันและเติมเผือกเพิ่มเติม ในส่วนนี้ตัวเผือกจะใช้เพิ่มความเข้มข้น ให้ซุปหม่าล่าเป็นเหมือนซอสครีมด้วยเผือกที่ไม่ได้นำไปทอด จากนั้นเติมน้ำสต็อกแล้วปิดฝาต้มจนเดือด
7.เมื่อเดือดได้ที่ปรุงรสด้วยซอสปรุงรสฉลากเหลือง ตราฉลากทอง , ซอสหอยนางรม ตราแม่ครัว คลุกเคล้าให้เข้ากันปิดท้ายด้วยการใส่ต้นหอม
8.จัดจานเสิร์ฟโดยเริ่มวางจากซุปหม่าล่าลงไป ตามด้วยปลาเก๋าทอดกรอบ ตกแต่งด้วยดอกไม้กินได้ เป็นอันพร้อมเสิร์ฟ

By ★★

“Patonggo Cafe Since 1968 ปาท่องโก๋คาเฟ่” VS “ปังปิ้ง ดช.เอริค” | Street Food on The Big Kitchen

“Patonggo Cafe Since 1968 ปาท่องโก๋คาเฟ่” VS “ปังปิ้ง ดช.เอริค” | Street Food on The Big Kitchen

      ร้านแรก Patonggo Cafe Since 1968 ปาท่องโก๋คาเฟ่ เป็นร้านที่ขายปาท่องโก๋ แป้งกรอบ แป้งบาง หอมอร่อย ถือว่าเป็นร้านในตำนานกว่า 70 ปี😊😋 แถมที่ร้านยังมีเมนู ยำปาท่องโก๋ทรงเครื่องทะเล🦪🦀🦞🦑 ที่บอกเลยว่าเด็ดมากกกก ทั้งความอร่อยได้รสชาติของน้ำยำ🌶🥦🥬 แล้วยังเข้ากันได้ดีกับปาท่องโก๋ที่ทั้งกรอบ หอม อร่อย บอกเลยว่าใครไปแวะที่ร้านต้องอย่าลืมสั่งกับเมนูนี้เลยยยยย 😘🥰😚

ร้านสองร้าน ปังปิ้ง ดช.เอริค ☺️😍เป็นร้านที่ขายขนมปังปิ้งที่ใช้เตาถ่านในการย่าง 🤎🔥ทำให้ได้กินหอมของเตาถ่าน🔥🔥🔥 แถมมากับไส้ที่มีให้เลือกมากกว่า 25 ไส้ ไส้ทะลัก ขนมปังหอมนุ่ม😋🥰 บอกเลยว่ายิ่งกินคู่กับเครื่องดื่มของที่ร้านคือดีย์ 😘😮 

By ★★

สูตรจากครัว The Big Kitchen | เมนู ซุปสาคูเนื้อปู

เมนู ซุปสาคูเนื้อปู

วัตถุดิบ
สาคู(แท้จากต้น) 1 ถ้วย
แป้งมันฮ่องกงละลายน้ำ 1 ถ้วย
ผักชี 2 ต้น
พริกไทยขาวป่น 5 หยิบมือ
เหล้าจีน 3 ช้อนโต๊ะ
เห็ดหอมแช่น้ำ 5 ชิ้น
น้ำเปล่า 1 ถ้วย
ไข่ไก่ 2 ฟอง
เนื้อปูก้อน 1 ถ้วย
น้ำสต๊อกไก่ 1 ถ้วย
ข้าวเกรียบสาคู 5 ชิ้น
ข้าวเกรียบบีตรูต 5 ชิ้น
ซอสหอยนางรม ตราแม่ครัว 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว สูตร 1 ตราแม่ครัวฉลากทอง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.เริ่มต้นด้วยการตั้งน้ำเปล่าให้ร้อน เพื่อต้มสาคู (แท้จากต้น)ให้สุกได้ที่ วิธีสังเกตสาคูที่ต้มสุกแล้ว เนื้อด้านในจะมีความใส ไม่มีไตตรงกลาง เมื่อสาคูสุกแล้วนำมากรองน้ำกับเม็ดสาคูให้ออกจากกัน (ในระหว่างต้มไม่ควรใส่เกลือหรือน้ำตาลลงไปในสาคูเพราะจะทำให้เม็ดสาคูไม่สุก)
2.ตั้งหม้อใส่น้ำมันเพื่อทอดข้าวเกรียบสาคู(สีขาว) วิธีการทำข้าวเกรียบสาคูได้ง่าย ๆที่บ้าน เพียงแค่ต้มสาคูให้สุกและนำมาปาดลงบนกระดาษไขให้บาง ๆ ใช้เวลาตากแดดประมาณ 1 วัน แล้วรอให้แห้งจนได้ที่ ส่วนข้าวเกรียบ(สีแดง)ทำมาจากน้ำบีตรูต ใช้หลักการในการทำแบบเดียวกับข้าวเกรียบสาคู และหลักการในการทอดข้าวเกรียบให้สวยสีสันน่ารับประทานทำง่ายๆ แค่เลือกใช้น้ำมันใหม่ และน้ำมันต้องมีความร้อนที่พอดี เพราะถ้าน้ำมันไม่ร้อนข้าวเกรียบจะพองไม่เต็มที่ เนื้อข้าวเกรียบจะไม่กรอบ เมื่อทอดเสร็จแล้วควรน้ำมาพักไว้ที่กระดาษซับมันสำหรับทำอาหารและโรยเกลือลงไปเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติ
3.ในระหว่างรอทำการตั้งหม้อใส่น้ำสต็อกไก่ลงไปต้มจนเดือดและใส่เห็ดหอมหั่นเป็นชิ้นบางๆ เติมเหล้าจีน พริกไทยขาวป่น เพิ่มความเข้มข้นให้กับซุปสาคูปูของเราด้วยซอสหอยนางรม ตราแม่ครัวและเพิ่มรสชาติด้วยซีอิ๊วขาว สูตร 1 ตราแม่ครัวฉลากทอง ลงไปและตอกไข่ไก่และทำการแยกไข่ขาวกับไข่แดงออกจากกัน ตีไข่ขาวให้เข้ากันและเติมน้ำเปล่าลงในไข่ขาว เพื่อให้ไข่ขาวมีความเข้มข้นลดลง เวลาใส่ลงไปในซุปสาคู ไข่จะเป็นเส้นสวยงาม เมื่อไข่ขาวได้ที่แล้วทำการเทลงในหม้อน้ำซุป(เทให้เป็นวงกลม) ระหว่างรอทำการละลายแป้งมันฮ่องกง(แป้งฮ่องกงเพราะว่า จะมีความเหนียว เวลานำไปละลายน้ำ จะไม่คืนตัว เมื่อโดนความร้อนหรือ นำไปทำอาหาร จะมีความข้น สีใสกว่าพวกแป้งมันสำปะหลังหรือแป้งข้าวโพด) ใส่ลงไป 2-3 ช้อนโต๊ะ ระหว่างเทแป้งมันฮ่องกงควรคนซุปไปด้วย (เวลาใส่แป้ง ควรใส่ทีละน้อย เพื่อเช็กความเหนียว ไม่ควรใส่ทีเดียว เพราะถ้าเหนียวแล้ว จะแก้ไขยาก)
4.เมื่อซุปเดือดได้ทีทำการใส่สาคูที่ต้มสุกแล้วและทำการใส่เนื้อปูก้อนที่เตรียมไว้ลงไป (เมื่อใส่เนื้อปูก้อนไปแล้ว ไม่ต้องคนแรงเพราะเนื้อปูจะแตกเป็นเศษเล็ก ๆ) รอเดือดอีกสักพักปิดไฟจัดเสิร์ฟพร้อมกับข้าวเกรียบสาคู โรยหน้าด้วยผักชีเล็กน้อย เป็นอันพร้อมเสิร์ฟ

 

By ★★

“ร้าน ไดกิยะ by ซาโตอิ” VS “ร้าน หุง” | Street Food on The Big Kitchen

“ร้าน ไดกิยะ by ซาโตอิ” VS “ร้าน หุง” | Street Food on The Big Kitchen

 ร้านแรก ร้านไดกิยะ by ซาโตอิ 😮🥰เป็นร้านที่ขายแกงกะหรี่ที่เป็นแกงกะหรี่จริง ๆ 💛ที่ไม่ได้ใช้แกงกะหรี่แบบสำเร็จรูป แถมที่ร้านยังมีความพิถีพิถันมากทุกขั้นตอน😳😱☺บอกเลยว่าห้ามพลาดกับร้านนี้เลย มีเมนูที่อร่อยเด็ดมากมาย‼ ใครผ่านไปแถว ๆ ซอยนาคนิวาส32 ก็แวะเข้าไปอุดหนุนกันได้เลยยยย😮🤤

ร้านสอง ร้านหุง 😘❤เป็นร้านข้าวมันไก่สไตล์ใหม่‼ ที่ไม่คาดคิด เพราะที่ร้านเขาใช้วิธีการซูวีเนื้อไก่🐤ทุกส่วนก่อนนำเสิรฟ์ ใช้เวลาทำนานกว่า 10 ชั่วโมง😱😱 แถมยังมีการราดด้วยซอสเกวี่😋😍 บอกเลยว่าเปิดประสบการ์ณใหม่กับการกินข้าวมันไก่แบบสุด ๆ😳🤤

#ไดกิยะ #ร้านหุง #StreetFood #TheBigKitchen 

By ★★

สูตรใหม่ ! คาวหวาน “ซุปสาคูเนื้อปู” “ติ๊นา-เชฟเอียน-พี่แซ็ก” | The Big Kitchen Ep.131

สูตรใหม่ ! คาวหวาน “ซุปสาคูเนื้อปู” “ติ๊นา-เชฟเอียน-พี่แซ็ก” | The Big Kitchen Ep.131

    ตัวของติ๊นา เป็นคนจังหวัดราชบุรี ปกติจะเป็นคนที่ไม่ชอบทานอะไรที่มีผักและผลไม้เลย แล้วแถมที่บ้าน เป็นคนจีนเป็นครอบครัวใหญ่มากๆเลย ตอนที่อยู่ด้วยกันก็จะมีหลายๆครอบครัวที่ทำอาหารมาร่วมแบ่งกันกินบ้างที่บ้านโน้นทำ บ้านนี้ทำ บ้านอากงทำ รวมถึงบ้านติ๊นาเอง แล้วพอเราโตเราก็ย้ายออกมาจากบ้านใหญ่หลังนั้น ทำให้ เราคิดถึงเมนูที่คุณพ่อคุณแม่เคยทำให้กิน ซึ่งมันเป็นเมนูที่แปลกมาก เพราะเป็นการนำของคาวมารวมกับของหวานได้ยังไงก็ไม่รู้ นั่นก็คือ “ซุปสาคูปู” ซึ่งมันอาจจะเป็นเมนูที่ดูธรรมดาก็เลยอยากให้เชฟเอียนช่วยทำเมนู “ซุปสาคูปู” ให้กลายเป็นเมนูที่พิเศษแล้วว้าว ! ฝากไว้ด้วยนะคะ

#ติ๊นา #TheBigKitchen #ซุปสาคูเนื้อปู #เชฟเอียน 

By ★★

แจกสูตร “แกงกะจัว” หรือ “แกงมะเขือเทศหมูสับ”

แจกสูตร “แกงกะจัว” หรือ “แกงมะเขือเทศหมูสับ”

วัตถุดิบ
1.มะเขือเทศ ลูกใหญ่ 4 ลูก
2.ผักกาดหอม ตามใจชอบ
3.ผักชี 2 ต้น
4.น้ำมันพืช 1 ช้อน
5.กระเทียม 2 กลีบ
6.เกลือ 1 ช้อนชา
7.หมูหยอง 1 ถ้วยตวง
8.หมูสับ 100 กรัม
9.ขนมปังฝรั่งเศส 2 ชิ้น
10.หมูยอ 2 ชิ้น
11.น้ำสต็อก 2 ถ้วยตวง
12.ถั่วงอก ตามใจชอบ
13.ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
14.น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
15.พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
16.มายองเนส 1/2 ถ้วยตวง
17.ไข่ไก่ 1 ฟอง
18.น้ำจิ้มไก่ ตราฉลากทอง 1 ช้อนโต๊ะ
19.ซีอิ๊วขาว สูตร 1 ตราแม่ครัวฉลากทอง 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.ขั้นตอนแรก นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นชิ้น ๆ
โดยเทคนิคการเลือกมะเขือเทศที่จะนำมาทำแกงมะเขือเทศ เลือกเป็นมะเขือเทศลูกใหญ่ เพราะจะมีความหวานมากกว่าความเปรี้ยวและเนื้อเยอะกว่า แต่ถ้าใช้มะเขือเทศลูกเล็กจะมีรสชาติอมเปรี้ยวและเนื้อน้อยกว่า
2.จากนั้นนำกระเทียมกับเกลือบดให้ละเอียด จนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน โดยเทคนิค ที่นำเกลือมาจะช่วยให้กระเทียมมีความละเอียดได้เร็ว
3.นำน้ำมันพืชใส่หม้อจากนั้นใส่กระเทียม ตามด้วยหมูสุกและปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยป่น ให้เข้ากัน พอหมูใกล้สุกแล้วใส่มะเขือเทศลงไป รอให้เดือดสักครู่
4.ระหว่างรอให้แกงเดือด ทำแซนวิชที่กินคู่กับแกงมะเขือเทศ นำขนมปังฝรั่งเศสมาหั่นแบ่งครึ่ง จากนั้นนำซอสพริกมาผสมกับมายองเนส และใส่น้ำจิ้มไก่ ตราฉลากทองลงไป เพื่อเพิ่มความอร่อย ซึ่งตัวซอสจะเป็น 3 รส เปรี้ยว เผ็ดและหวาน จากนั้นนำหมูยอหั่นเป็นเส้นๆ
5.นำซอสที่เตรียมไว้มาทาลงบนขนมปังและใส่หมูยอ กับหมูหยอง ตามด้วยผักกาดขาวและเพิ่มความหอมด้วยผักชี
6.เมื่อแกงเดือดได้ที่ ใส่ไข่ไก่ลงไปและต้องรีบคนทันที เพื่อไม่ให้ไข่ไก่จับตัวเป็นก้อน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว สูตร 1 ตราแม่ครัวฉลากทอง โรยด้วยพริกไทยป่นคนให้เข้ากัน ปิดฝาหม้อรอให้เดือดอีกครั้ง
7.ใส่ผักชีลงไป เพื่อความหอม จากนั้นตักใส่จานเสิร์ฟขนมปังเวียดนาม

1 2 3 39